Short Film

posted on 11 Oct 2007 23:32 by leave2remain0 in classes

Diary: 

ใครที่ส่งไดอารี่ ครูแขวนไว้ที่ถุงหน้าห้องไปเอาคืนได้จ้า

ข้างล่างที่ครูเขียนนี้ ไม่ได้เป็นการ comment แต่อย่างใดนะ เพราะที่ให้ทำก็เพื่อเป็นการ encourage เราให้เก็บเกี่ยวสิ่งรอบข้าง ความรู้สึก เพื่อมาใช้ในการทำหนัง และที่สำคัญ เพื่อช่วยหาตัวเอง รู้จักตัวเองมากขึ้น การทำหนังก็คือการแสดงความเป็นตัวตนออกมา แสดงความเห็นที่เรามีต่อโลก ที่เรามีต่อชีวิตออกมา ยิ่งเรารู้จักตัวเองมากขึ้นเท่าไร หนังมันก็จะค่อยๆชัดเจนขึ้น ทั้งในแง่มุมมองและในเรื่องของสไตล์

ใครขาดรูปก็ลองค้นหารูป สไตล์รูป เพิ่มเติม ไว้เป็น collection ของเราที่เราเอามาใช้ได้ในอนาคต ใครมีรูปแล้วก็ลองหาดูซิว่าเราชอบเพราะอะไร พยายามอธิบายให้ได้

นึกอะไรออก ก็จดไว้ คิดเรื่องอะไรออกก็จดไว้

รู้สึกอะไร ก็เขียนไว้ หามุมมองอะไรที่มันเป็นของเรา นอกจากนั้นก็พยายามเอามาใช้ในหนังด้วย หลายคนคิดว่าหนังมันยาก มันยุ่ง แต่ถ้าเราทำจากความเป็นเราจริงๆ มันก็ไม่ควรจะยาก สนุกกับมันหน่อย

บิ๋ม - สนใจเรื่องคน ชอบที่เขียนเกี่ยวกับ character ของแต่ละคน พวกนี้แหละเราจะเอามาใช้ได้ ทำยังไงให้ character เรามันเป็นมนุษย์มากที่สุด ชอบพวก locations ที่ถ่ายมา คล้ายเป็นการ scout location ไปในตัว

พิ๊งค์ - ดูเป็นพิงค์ดี ชอบอะไรก็เขียนไว้ หนัง หนังสือ เพลง แล้วลองหาดูว่าทำไมชอบ มี moment ใสๆดี ที่เราน่าจะดึงมาใช้ในหนังได้

ตอย - รูปเยอะ ลองเขียนมากกว่านี้ นอกจากนั้นลองหาเพิ่มเติมทำไมชอบภาพเหล่านั้น ดูสนใจ details ดี details ที่ช่วยทำให้เรามองโลกในแง่ดี เอามาใช้ในหนังด้วย ถ้าเรามีตาในการมองเห็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆในชีวิต ก็ดึงมันมาใช้ในหนังด้วย

แนน - ถ้าจะชอบอะไรที่ colourful แต่ในขณะเดียวกันก็ contrast กับอะไรข้างในอยู่ (จากหนังที่เลือกมาใส่) น่าจะเอาความ contrast นี้มาใช้ให้มากขึ้น

เอาแค่นี้ไปก่อน บางเล่มไม่มีชื่อ 

 Silent Film:

หยิง - ถ่ายมีบรรยากาศดี visual ดี หนังทั้งสามเรื่องของเรา สามารถสร้างบรรยากาศบางอย่างขึ้นมาได้ ซึ่งถือเป็นข้อดีมากของเรา  แต่นอกจากเรื่องแรกแล้ว หนังมันไม่แน่ใจว่าจะสื่ออะไร หรือไม่ก็เหมือนยังไม่ชัดเจนในสิ่งที่ตัวเองจะบอก อย่างเรื่องเก้าอี้ ก็เหมือนจะไปได้ไกลกว่านี้ แต่เรายังเล่าไปไม่ถึง เช่นเดียวกับเรื่องนี้

วาวา - ชอบ subject ที่หยิบมาทำในทุกเรื่องที่วาวาทำมา แต่ปัญหา (นอกจากเรื่องแรก) คือไม่รู้ว่าจะนำไปไหน คือพูดง่ายๆไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เราต้องชัดเจนกว่านี้ในสิ่งที่จะพูด subject ที่เราหยิบมาจะได้มีพลังมากกว่านี้ มันมีความเป็นธรรมชาติอะไรบางอย่างอยู่ใน 2 เรื่องหลัง แต่เราอาจจะต้องพยายามสร้างตาที่จะมองเห็นอะไรบางอย่างที่เราไม่เคยเห็นเขามาก่อน มานำเสนอให้ได้ (อย่าไปน้อยใจเรื่องเจย์ อย่างน้อยเขาก็มีประสบการณ์ในวงการ ในชีวิต นอกจากนั้นก็ยังมี pro ด้านต่างๆช่วยอีกเยอะแยะ ถ้าประสบการณ์เท่ากัน ครูว่าเราก็ทำได้ แต่ครูยังไม่ได้ดูนะ)

จิ๊ - ใช้ได้นะ ถ้าลืมเรื่องข้าม line ไป กำกับการแสดงใช้ได้ subject ก็เอาเรื่องง่ายๆมา subject เหมาะสมกับหนังเงียบดี ใช้ดนตรี ตัดต่ออะไรดี มี tempo แต่ตอนจบมันขาด gimmick อะไรบางอย่าง มันเหมือนยังไม่จบ มันเลยไม่ชัดเจนว่าจะบอกอะไร

ตอง - ตั้งใจหน่อยลูก...ตั้งใจกว่านี้...มาก

แนน - คือหนังหนูเนี่ย มันยังพูดไม่จบประโยคน่ะลูก ใช้เวลาในหนังไม่คุ้ม  และตรงไปตรงมาเกินไป  subtext ลูก subtext พยายามพูดให้จบประโยค และลองหาวิธี หา actions ดูซิ ว่าอะไรมันจะใช้เล่าได้ดีที่สุดในเรื่องๆเดิม

ตอย - ตั้งใจดี ปัญหาเหมือนแนนคือพูดไม่จบประโยค ตอนนี้มันเหมือน phrase ไม่ใช่ sentence เหมือนคิดลอยๆ

เช่น หนูอาจจะบอกว่าประชาธิปไตยเมืองไทยโดนละเลง สีซะเละ จนแม้แต่เด็กรุ่นใหม่ก็ไม่เคารพอีกต่อไป

หรือ หนูอาจจะบอกว่าอนุเสารีย์ประชาธิปไตยในปัจจุบัน กลายเป็นแค่ฉากๆหนึ่งเอาไว้ให้เด็กมาวาดรูปส่งอาจารย์ โดยไม่ได้มีความหมายของมันอีกต่อไป

คือหนูต้องหาประโยคที่หนูจะเล่า ไม่ได้บอกว่าเอาอันใดอันหนึ่งในสองประโยคนี้ หนูหาประโยคของหนูเอง พอชัดเจนแล้ว เราก็จะชัดเจนในสิ่งที่จะเล่า จะรู้ว่าจะถ่ายอะไรถึงจะครบถ้วนในสิ่งที่จะพูด ไปทำเพิ่มลูก มันมี potential เชื่อครู

ไก่ - เริ่มเรื่องน่าสนใจ เห็น conflict ชัดเจน แต่เล่าไปเล่ามา มันตรงไปหน่อย subtext จ้า subtext แต่ subject ที่เราเลือกมาที่จะพูดในหลายเรื่อง มันก็ชัดเจนดี ว่าเราชอบที่จะพูดเรื่องความสัมพันธ์ ลองหาคำเปรียบเทียบ หรือความหมายของความสัมพันธ์ของเรา ให้มันออกมาหลากหลาย และมีมุมมองที่แตกต่างที่เป็นของเรา

เยเมนส์  - พูดจบประโยค แต่ประโยคไม่ชัดเจน ไม่สมบูรณ์ พอมาทำเป็นหนังมันเลยไม่รู้ว่าหนังต้องมีอะไรบ้าง ต้องถ่ายอะไรบ้าง ถึงจะเป็นประโยคที่สมบูรณ์

เช่น ไม่มีอะไรที่ทำให้คุณผ่อนคลาย คลายกังวล ได้ดีไปกว่า ความห่วงใยจากแม่

ตอนนี้มันเหมือนเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่นอนไม่หลับ เราไม่เห็นว่ามันเป็นผู้ชายที่กำลังมีความทุกข์ กำลังกังวลใจ การนอนไม่หลับมันน่าจะเป็นผลของความทุกข์อะไรสักอย่าง มันถึงจะทำให้เรื่องเรามีพลังมากขึ้น ไม่ใช่แค่ชายนอนไม่หลับ  หา actions ที่จะเล่าในสิ่งเหล่านี้ได้ชัดเจน ลองไปทำเพิ่ม ครูว่าจะทำให้ดีขึ้นมากๆ ซึ่งตอนนี้มันมี potential อยู่ (เพราะฉะนั้นเวลาครูชอบถามเรื่องประโยคเนี่ย มันทำให้เราชัดเจนขึ้น ว่าจะพูดอะไร ว่าจะเล่าอย่างไร --- หมายถึงทุกคนอ่ะนะ) 

แหนม - ยาวมากลูกเอ๊ยยยยยย ถ้าเราคิดเรื่องเอง จะชมกว่านี้ เล่าให้สั้นกว่านี้ได้ เหมือนแนน ในเรื่องการใช้เวลาในหนังไม่คุ้ม หนังเนี่ยทุกนาทีมีค่า เล่าให้มันประหยัดมัธยัสต์กว่านี้เน้อ แต่หนังแหนมเนี่ย cast ดีนะ หนุ่มๆมักเล่นกันใช้ได้ ทั้งสองเรื่องหลังเนี่ย สองเรื่องนี้ มันก็พูดถึงคนแปลกหน้าสองคนเหมือนกันนะ ลองหาดูว่าทำไม

เปี๊ยก - สิ่งที่จะเล่าไม่ออก ใช้ subjective camera เลยไม่ work ทั้งสามเรื่องของ piak เนี่ยพูดเรื่องอะไรที่มัน abstract ทุกเรื่อง ลองหาวิธีอื่นๆในการเล่าดู หา actions หาเรื่องอะไรที่มันจะเล่าในสิ่งที่จะพูดได้ชัดเจนกว่านี้ดู สิ่งที่เราจะพูด ซึ่งเราก็มีมุมมองดีจะได้ส่งพลังให้หนังได้กว่านี้

นก - นกเอ๊ย จะบอกอะไรลูก มันพูดประโยคเหมือนนกเลย..ไม่ได้ว่า มันน่ารักดี แต่นี่มันเป็นหนังอ่ะ เรามาอธิบายทีหลังไม่ได้ แต่ก็ชอบ shot โดยแทงด้านข้างดี สมจริงดี แต่พอมาด้านหน้า ดันให้แทงข้าง เลยไม่สมจริงเลย

ถ้าหนูได้แรงบันดาลใจจาก kubrick หนูก็ลองเล่นจากที่ kubrick เล่นอีกทีดู ไม่งั้นมันไม่มีอะไรอ่ะ เขาเล่นใน context ของหนัง แต่ตอนนี้เหมือนหนูตัดตอนมาเฉยๆ

ปัญหาคือตอนนี้ คนที่ตั้งใจจะเล่าเรื่อง ก็ยังเล่าไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ส่วนคนจะ art ก็ยังไปไม่ถึง สื่อไม่ได้ ยิ่งจะ art ยิ่งต้องคิดมาก ฝึกเล่าเรื่องให้มากกว่านี้ลูกกกกก และพยายามสร้างความคิดเห็น ที่อยากจะพูดให้คนอื่นเขาฟังจริงๆ  นอกจากนั้นพยายามหา actions ให้มากๆ เพราะบางครั้ง action อื่นมันอาจจะเล่าในสิ่งที่เราต้องการพูดดีกว่า choice แรกที่เราคิดก็ได้ คิดให้มากเข้าไว้ แต่อย่าเครียด เดี๋ยวจะทำหนังไม่สนุก .... วันนี้เอาแค่นี้ก่อน เดี๋ยวมาต่อคนที่เหลือ... แต่เหมือนยังไม่ครบนะ.. เสียดายที่ต้องเขียนแทนการคุยกัน .... งานกลุ่มเอามาคุยกันก่อนก็ดีนะ ใครถ่ายแล้วยังไม่ต้องเสร็จก็เอามาดูก่อน เผื่อจะได้ช่วยเพิ่มเติม

PS. คนอื่นที่ดูหนังเพื่อนวันนั้น ช่วยกันเขียนด้วย

ต่อที่เหลือบางส่วนนะ

ลูกหว้า - หนูคิดไม่จบน่ะลูก คือรู้สึกว่าครูจะพูดคำนี้หลายที คือมันเป็นปัญหารวมๆนะ เรามีไอเดียแล้วแต่ไม่สามารถนำมันไปถึงไหนได้ไกลมาก คิดเป็นประโยค อย่าเป็นวลี  แต่ก็ชอบนะที่ลูกหว้า ก็ยังเป็นลูกหว้าอยู่ อยู่ใน ลูกหว้า Wonderland อยู่ ถ้าหนูทำให้ถึง มันจะดีมาก แต่เรื่องของเรื่องคือเหมือนเราคิดเล่นไปหน่อย ถ้าจะทำแนวนี้ แล้วทำเป็นจริงเป็นจัง มันน่าจะเป็นอะไรที่มันเป็นสไตล์ของเราได้ชัดเจน และน่าสนใจ

อุ้ย - ชอบที่อุ้ยเล่นกับโจทย์ Silent Film กับ Censorship นะ  ก็ดีที่เราก็พยายามจะทดลองด้วยหลายๆอย่าง ใน 3 เรื่องที่ทำ โดยที่เราก็ใส่ความเป็นตัวเรา หยิบ subject ที่เราสนใจมาพูดได้หลากหลาย (แต่เรื่องที่สองก็ยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไรในเรื่องที่สื่อ ถ้าเราคิดจะ capture เรื่องหรือหัวใจของ Milan Kundera มันก็ยังไม่ได้  มันไม่แน่ชัดว่าจะพูดอะไร  คือเรื่องของเรื่องภาพมันยังไม่เล่าไม่สื่อ ทุก choice ที่อุ้ยเลือก จะต้องอธิบายให้ได้ ทำไมเลือกใช้เสียงเหมือนละครวิทยุ ทำไมเลือกที่จะตั้งกล้องหน้าห้อง จะ capture อะไร ฯลฯ คือหนังในลักษณะนี้น่ะมันง่ายที่บางคนจะบอกว่าดี อิน แล้วก็นำไปตีความ ในขณะเดียวกันมันก็ง่ายแก่การเข้าใจผิด เพราะอย่างที่บอกยิ่งเราทำในแบบนี้ เรายิ่งต้องคิดมาก process ในการคิดยิ่งสำคัญ) ก็ทำในทางนี้ของเราต่อไป  ดูงาน art เพิ่ม ดูว่าเขาคิดอย่างไร ทำไมนำเสนอเช่นนั้น process ในการคิดเป็นอย่างไร แล้วเอามาพัฒนากระบวนการคิดของเรา แล้วจะดีมาก...และที่สำคัญเราจะต้องรู้ว่าเขาทำอะไรกันไปแล้ว..อันนี้แนะแบบกว้างมากนะ จริงๆแล้วต้องคุยกันว่าอุ้ยมีไอเดียอะไร ถ้ามันใช่เลย..ก็คงไม่ต้องพูดยาว..เช่นอยากจะพูดเรื่อง memory เลย....  

เบล - หนูคิดไม่จบลูก แล้วอย่างไรต่อ รู้สึก็จะคำถามเดิมที่เคยถาม พอหนูไม่ชัดเจน หรือพูดไม่จบ หนังมันก็จะออกมาอย่างนั้นด้วย ถ้าเราจะวิพากษ์เรื่องใบปริญญา มันก็ยังไม่จบน่ะ แต่ถ้าจะบอกแค่ว่ามันทำอย่างอื่นได้อีก มันก็ง่ายไป เท่าที่สังเกตดูทุกเรื่องที่ทำเบลจะคิดไอเดียได้และก็จะทำเลย โดยที่ยังไม่พัฒนาไอเดียนั้นอย่างเต็มที่ก่อน (เสียเวลาคิดหน่อย แต่ครูเชื่อว่า (ทุกเรื่องเลยนะ) ถ้าเราให้เวลาในการคิดมากกว่านี้ ทุกอย่างจะดีขึ้นแน่นอน ถ้าเราบอกคิดไม่ออก นั่นแสดงว่าเรายังคิดไม่พอ สมองมันเหมือนมีดลูก ยิ่งลับยิ่งคม) เพราะครูว่าในทุกเรื่องเรามีไอเดียที่ดีอยู่แล้ว และถ้าพัฒนามันเต็มที่ แล้วทำออกมา มันจะคุ้มค่ากับเวลาที่หนูคิดอย่างยิ่ง คือมันจะดีกว่านี้ได้อีก..ได้อีก...

บิ๋ม - เข้าใจสร้าง Visual ในช่วง barbie ดี น่าสนใจดีเลย แต่ยังไม่รู้ว่าจะพูดอะไรในช่วงท้ายๆ มัน lost momentum ไป และทำให้ไม่แน่ใจว่าจะเล่าอะไร บิ๋มลองทำเพิ่มใหม่ หลังจากหมดบาร์บี้แล้วน่ะ แต่เอาให้ชัวร์ก่อนนะจะพูดอะไร แล้วลองถ่ายเพิ่มดู

พิ๊งค์ - มันก็เป็นพิ๊งค์ดีนะ แต่มันไม่รู้จะพูดอะไร เหมียนเดิมอ่ะ ทั้งสองเรื่องหลังมันเป็นบรรยากาศหลงในวังวนอะไรสักอย่าง ถ้าหนูรู้ว่าจะให้มันวนไปไหน วนทำไม เพื่ออะไร ก็จะทำให้ดีขึ้น สื่อมากขึ้น

เป็ด - เรื่องนี้งงว่ะเป็ด มันไม่เล่าอ่ะ ไม่สื่อ พอจะเลาๆแต่ยังไม่ ครูชอบเรื่องแรกของเป็ดอ่ะ ไม่ได้บอกว่าต้องทำแบบนั้นนะ แต่อาจเป็นเพราะเรื่องนั้นมัน fresh แล้วมันเป็นเรื่องแรก เราไม่ได้คิดกังวลมาก เท่าเรื่องต่อมา ก็ลองทำไปหลายๆแนวดูก็ได้ ดูว่าเราชอบแบบไหน อันไหนถนัด แต่ข้อดีของเป็ดเลยนะ ครูว่าเป็นการหาแง่มุมอะไร จากชีวิตประจำวันได้น่าสนใจดี เราอาจจะเป็นนักสังเกตที่ดี ซึ่งอันนี้เป็นคุณสมบัติที่ดีของนักทำหนัง.... ก็คอยเก็บเกี่ยวแล้วเอามาใช้ในงานให้ดีๆ

ปล. คือครูไม่ได้พยายามจะแก้เรานะ ของทุกคนน่ะ ไม่ได้บังคับว่าต้องเล่าเรื่องหรือไม่ แต่ถ้าจะทำให้เล่ามันก็ต้องเล่า ใครจะทำอย่างไร สไตล์ไหนตามสบาย ไม่ได้จะพูดให้น้อยใจนะ คือทำหนังได้จบเรื่องเนี่ยมันเป็นความพยายามที่มากมายแล้ว ครูก็พยายามจะแนะเราให้ทำในทางเราให้มันดียิ่งๆขึ้น แต่ไอ้ทางเรานี่มันใช่หรือยัง ก็ยังมีเวลาหานะ

ใครว่าชัดเจนแล้วในเรื่อง ครูไม่ get ก็เขียนมาให้ครูนะว่าประโยค (แบบสมบูรณ์นะ ไม่ใช่วลีลอยๆ) นั้นของเราที่จะพูดน่ะคืออะไร แล้วครูจะดูว่ามันขาดอะไร  ส่วนใครที่คิดจะถ่ายเพิ่ม จะปรึกษาอะไรก็โทรมาได้นะ หรือเขียนมาก็ได้ จะได้ชัดเจนขึ้น สู้ต่อไป ! เราทำได้อยู่แล้ว  

edit @ 13 Oct 2007 00:48:28 by k'yui

edit @ 13 Oct 2007 00:56:24 by k'yui

Comment

Comment:

Tweet

This is <a href="http://xpyflk.com">crtaysl</a> clear. Thanks for taking the time!

#20 By IoK9XHZfc34r (10.11.82.7, 121.58.232.35) on 2013-09-09 19:57

How neat! Is it really this silmep? You make it look easy.

#19 By mYmmXlwa (94.23.238.222) on 2013-09-08 23:45

ครูครับ
รบกวน comment หนัง profile ของผมให้หน่อยได้มั้ยครับ



ขอบคุณค้าบบบบ

#18 By ไก่ (124.120.78.50) on 2007-10-25 08:54

กลุ่มแนน แหนม จิ๊ พิงค์ เป็นเรื่องเป็นราว ขึ้นเยอะลูก พัฒนา พัฒนา แต่มันตรงไปตรงมานิสสนึง ไม่เป็นไร ไว้ค่อยคุยตอนทุกคนกลับมา ไม่มีอะไรใหญ่โต

#17 By k'yui on 2007-10-18 23:02

เจอเยเมนส์

#16 By นก (124.120.148.168) on 2007-10-18 00:19

ขอบคุณคร้าบครู

ผมสังเกตว่าผมชอบภาพแบบ long shot
จากที่ผมสังเกตมา
หนังผมเลยจะชอบเล่นกับภาพ long shot
เลยส่งผล ให้ action ในเรื่อง ไม่ชัดหรือเปล่าครับ

(ปล.ถ้าครูอยู่หอที่มีเหตุให้เข้าไปห้องตรงข้าม ครูคิดว่าเจออะไรครูจะตกใจที่สุด)

#15 By เยเมนส์ ใน เจเฟสติวัล (203.113.71.107) on 2007-10-17 20:48

อุ้ย เขียนเรื่องส่งให้ครูคืนนี้ via e-mail

บิ๋ม ก็คือมันไม่มีพลังส่งเรื่องพอน่ะ คือเหมือนอยู่ดีๆ เรื่องมันหยุดน่ะ ส่วนไอ้ที่หนูจะพูด มันไม่ค่อยเป็นเหตุเป็นผลกับเรื่องเท่าไร ถ้าอย่างนั้น ทำไมต้องเป็น barbie ถ้าอย่างนั้น ถ้าจะฝันแล้วทำไมไม่เป็นตัวเองไปเลย ถ้าจะใช้ barbie มันเหมือนมีนัยยะอย่างอื่นมาด้วย จะถ่ายไรเพิ่มลูก ลองเขียน treatment คร่าวๆทั้งเรื่อง คือเขียน actions ตาม order ของเรื่องมาให้ครูที่ e-mail นะเดี๋ยวช่วยดูให้

ตอง คือตอนนี้ theme เรามีประธานยังไม่มีกิริยา คือมันเป็นเรื่องของประชาธิไปไตย ที่ถูกหลงลืมแล้วยังไงต่อ คือเท่าไรคิดตรงนี้ให้มันชัดเจน ตอนจบมันก็จะต้องสอดคล้องกัน คิดให้ดีๆใหม่ก่อนนะ

ปล.ใครจะให้ช่วยดูอะไรรีบถามมานะ

#14 By k'yui on 2007-10-16 19:18

ทำไมตองไม่ตั้งใจเรียนเลยล่ะ
ครูให้ F เลย
cry

#13 By อาร์ต (124.120.120.10) on 2007-10-16 01:29

ครูครับ กลุ่มผมคิดหนังกลุ่มได้แล้ว ต้องการคำชี้แนะ
คือ ตอนจบคิดไว้อีกแบบว่า
ถ้าให้รูปที่ถูกละเลงสีแล้ว
มันถูกขยำแล้ว ทิ้งลงถังขยะเนี่ย จะได้ปะคะ
ก็คือ มันถูกคนวาดจนบิดเบี้ยว แล้วยังถูกละเลงจนเปรอะเปื้อนแล้ว สุดท้าย ก็ถูกทิ้งไป เหมือนไม่มีคนสนใจอีกต่อไปแล้วว่าประชาธิปไตยจริงๆจะเป็นยังไงอะค่ะ

#11 By (58.8.36.206) on 2007-10-15 00:48

ครู ขอบคุณค่า สำหรับcomment
แต่lost momentum นี้ยังไงเหรอค่ะ ไม่เข้าใจอ่ะครู แต่หนูว่าหนูจะถ่ายเพิ่มนะ ช่วงต่อจากbarbie คือหนูว่าสิ่งที่จะพูดมันยังไม่ชัดพอ แต่คงพูดเรื่องเติมว่าแบบ ทำแต่งานอยากไปเที่ยวก็ไปไม่ได้ ได้แต่ฝัน งานเยอะๆๆๆ ประมาณนี้sad smile

#10 By (58.8.232.3) on 2007-10-13 14:21

ฟรีโพล ไม่ว่าจะเป็นหัวข้อใดๆก็ได้ และสามารถใช้รูปภาพเป็นตัวเลือกสำหรับโหวตได้ด้วย แล้วยังสามารถสร้างแล้วนำไปติดตั้งบนเว็บไซต์ บล็อก หรือเว็บบอร์ดของท่านได้ ไม่ต้องลงทะเบียนใช้งาน ติดตั้งง่าย พร้อมแสดงกราฟผลการโหวต ด้วยเทคโนโลยีที่ทันทสมัยที่สุด พร้อมระบบป้องกันการโหวตซ้ำ

http://www.thailandinone.com/poll

#9 By pkerror on 2007-10-13 13:00

เหลืออ้อมกับต่านต๊าลใช่มะที่ยังไม่ได้ส่งหนังเงียบ

ปีที่แล้วก็พูดในห้องไง พอดีน้องทำ 3 เรื่องนะ

#8 By k'yui on 2007-10-13 12:24

ไม่เห็นมีงี้ตอนปีที่แล้วเลย น้อยใจ

#7 By DPN on 2007-10-13 02:25

ขอบคุณค่ะครู

หนูจะพยายามต่อไป
......
....
ครู..หนูไม่เข้าใจผู้หญิง

#6 By wawa (58.10.102.101) on 2007-10-12 23:55

ครูขา รักนะ จุ๊บๆ

#5 By kataitao (124.120.131.156) on 2007-10-12 23:02

ของคนที่ยังไม่ได้เขียน กำลังตามมา soon จ้า แต่บางคนก็ยังไม่ได้ส่งนะ ส่วน profile บอกมาแล้วจะเขียนให้นะ ที่ไม่ได้พูดละเอียด แล้วให้ดูเพราะอยากให้ดูกันเอง เพราะมันมีจุดที่สามารถพัฒนาได้ที่เหมือนๆกันมาก ครูเลยไม่อยากจี้ทีละอัน

ส่วนของ Film Narrative Wksp จะ comment เรื่องให้ soon เช่นกัน คอยเช็คดูนะ เพราะคิดว่าตอนนี้คงยังไม่ถ่ายกัน

#4 By k'yui on 2007-10-12 22:26

ยังไม่มีของผมเลยอ่า
อยากรู้เรื่ีองด้วยคนทำไงอ่าฮะ เเงๆ
ขอบคุณมากๆครับครู

จะรบกวนไปมั้ยครับ ถ้าผมอยากฟัง comment หนัง profile ด้วยอ่ะ

#1 By ไก่ (124.120.79.113) on 2007-10-12 01:33